เรียนภาษาจีนกับเดียร์เหล่าซือ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาจีน ด้วยประสบการณ์การสอนมากกว่า 15 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระดับสูง ด้วยวิธีการสอนที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน
เรียนคู่กับหนังสือเก่งศัพท์ แตะคำไหนก็ฟังเสียงได้ทันที ดูตัวอย่างประโยค และต่อยอดคำศัพท์จากอักษรตัวเดียว
เริ่มต้นเรียนภาษาจีนกับคอร์สที่ได้รับความนิยมสูงสุด
คลิปแนะนำการเรียนภาษาจีน เทคนิค และวลีที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ทั้งนักเรียนคอร์ส ผู้เข้าร่วมบรรยาย และนักศึกษาที่เคยเรียนกับเดียร์เหล่าซือ
แตะรูปเพื่อดูเต็มจอ
เรียนภาษาจีนกับเดียร์เหล่าซือ ปูพื้นฐานแน่นตั้งแต่พินอิน พูดภาษาจีนมั่นใจ ใช้งานได้จริง
คำถามที่นักเรียนถามบ่อย
คอร์สหลากหลายระดับ ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
ดูสไตล์การสอนของเดียร์เหล่าซือได้เลยค่ะ
คอร์สนี้จะพาตะลุยโจทย์ HSK4 จริงๆ ทุก Chapter เน้นเทคนิคและวิธีคิดในการทำข้อสอบ เพื่อให้พิชิตคะแนน 200+ ได้อย่างมั่นใจ
🏆 ตะลุยโจทย์จริง เทคนิคจริง พิชิตคะแนน 200+ อย่างมั่นใจ
คอร์สวิดีโอใหม่ · หลักสูตร HSK 3.0 ล่าสุด
เรียนเป็นระบบทีละบทตามตำรามาตรฐาน 新HSK教程 กับเดียร์เหล่าซือ วิดีโอ 25+ ชั่วโมง 30 บท มีไลฟ์สดทบทวน และแอปฝึกต่อทุกบท ให้คุณพูด ฟัง อ่าน เขียนภาษาจีนได้จริง
คอร์สนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่คนเรียนจีนเองเจอบ่อยที่สุด
ทุกบทมี QR ท้ายคลิป สแกนแล้วเปิดบทนั้นในแอป DearHSKBoost




ทุกแพ็กได้ไลฟ์สดทบทวน แบบฝึกและข้อสอบในแอป ชีทสรุป และแอป DearHSKBoost HSK1–2 ฟรีตลอดชีพ

新HSK教程 เล่ม 1 · 15 บท · ~10–12 ชม.


新HSK教程 เล่ม 1–2 · 30 บท · 20+ ชม.

新HSK教程 เล่ม 2 · 15 บท · ~12–14 ชม.
ได้คอร์ส PINYIN 101 ปูพื้นการออกเสียงครบทุกเสียง เปิดสิทธิ์พร้อมกันทั้ง 2 คอร์ส
30 บท + คอร์สพินอิน 13 บท
15 บท + คอร์สพินอิน 13 บท
ได้ค่ะ HSK1 เริ่มจากศูนย์ ตั้งแต่ทักทาย พินอิน และวรรณยุกต์ เหมาะกับคนที่ไม่เคยเรียนมาก่อน
คอร์สเรียนคู่กับหนังสือ 新HSK教程 ฉบับลิขสิทธิ์แท้ (ไม่รวมในราคาคอร์ส) หลังสมัครเราจะแนะนำร้านให้ ระหว่างรอหนังสือ เริ่มเรียนจากคลิป แอป และชีทได้เลย
เปิดเรียนพร้อมกัน 1 ธันวาคม 2569 ดูคลิปซ้ำได้ตลอดอายุคอร์ส 1 ปีนับจากวันที่อนุมัติ และแอป DearHSKBoost HSK1–2 ใช้ได้ตลอดชีพ
มีนัดไลฟ์สดทบทวนบทเรียนเป็นระยะ ประกาศวันเวลาให้ผู้เรียนรุ่นนี้ล่วงหน้า ถามคำถามกับครูได้สด ๆ
ได้ค่ะ ทักแชทไลน์แอดมินเพื่อสอบถามราคาอัปเกรดเป็นแพ็ก HSK1–2
โอนเงินแล้วแนบสลิป แอดมินตรวจสอบและเปิดสิทธิ์ภายใน 24 ชั่วโมง เข้าสู่ระบบด้วยอีเมลที่สมัครก็เห็นบทเรียนในแอปทันที
เริ่มเรียนพร้อมกัน 1 ธันวาคม · พิเศษรุ่น 1 แพ็ก HSK1–2 เหลือ 3,990.- จากปกติ 5,990.-
คอร์สวิดีโอ เรียนจีนตามตำรา HSK1–2 (3.0) · เปิดเรียน 1 ธ.ค. 69
คอร์สพิชิต HSK5 แบบครบจบ ตะลุยโจทย์จริงทุกพาร์ท เน้นเทคนิคและวิธีคิดในการทำข้อสอบ พร้อมเอกสารประกอบฟรีครบชุด
🏆 เทคนิคจริง โจทย์จริง พร้อมเอกสารฟรี 6 ไฟล์
HSK 3.0 Breakdown · ครบ HSK1–9
จาก 6 ระดับ สู่ 9 ระดับ คำศัพท์ โครงสร้างข้อสอบ และเกณฑ์ผ่านเปลี่ยนไปหมด เตรียมตัวผิดทาง = เสียทั้งเวลาและค่าสอบ คอร์สนี้สรุปทุกอย่างที่ต้องรู้ให้จบในที่เดียว
แต่ช่วยให้คุณไม่เสียเวลาและค่าสอบไปกับการเตรียมตัวผิดทาง
คอร์สนี้อธิบายระบบสอบ HSK 3.0 ทั้งหมด เพื่อให้วางแผนได้ถูก ถ้าอยากเรียนภาษาจีนตามระดับ แนะนำต่อด้วยคอร์ส HSK1–2 (3.0) และ PINYIN 101
เข้าใจได้ค่ะ อธิบายตั้งแต่ภาพรวมระบบจนถึงรายละเอียดแต่ละระดับ
เรียนได้ 1 ปีนับจากวันที่อนุมัติ ดูซ้ำได้ไม่จำกัด
ครบ HSK1–9 ในคอร์สเดียว เพียง 199.- จากปกติ 399.-
คอร์ส HSK 3.0 Breakdown
PINYIN 101 · ออกเสียงจีนให้ถูกตั้งแต่วันแรก
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่คำศัพท์ แต่อยู่ที่ “พินอิน” ที่ไม่เคยถูกปูให้แน่นตั้งแต่ต้น คอร์สนี้พาคุณแก้ที่ต้นเหตุ ทีละเสียง ใน 13 บทเรียน กับเดียร์เหล่าซือ
ถ้าตรงแม้แต่ข้อเดียว แปลว่าพื้นฐานการออกเสียงยังไม่แน่น
ดูสไตล์การสอนจริงในคอร์ส อธิบายเป็นภาษาไทย ทีละขั้น เทียบกับเสียงที่คนไทยคุ้นเคย
ไล่จากพื้นฐานไปสู่จุดที่คนไทยพลาดบ่อย มี “ข้อควรระวัง” แยกไว้ถึง 5 บท
➕ แบบฝึกหัดออกเสียง 14 ชุด · แบบทดสอบหลังเรียน พร้อมเกียรติบัตรเมื่อผ่าน
"ก่อนหน้านี้ออกเสียงภาษาจีนแบบเดาสุ่มเลย พอเรียนคอร์สนี้แล้วเข้าใจระบบมากขึ้นมากค่ะ เดียร์เหล่าซืออธิบายได้ชัดและน่ารักมาก 😊"
คุณมิ้นท์"ลองเรียนพินอินมาหลายที่แต่ไม่เคยเข้าใจจริงๆ สักที มาเรียนที่นี่แค่ไม่กี่บทก็ โอ้โห เลยครับ เนื้อหาครบและเป็นระบบมาก"
คุณเบส"ไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อนเลย กลัวว่าจะยากมาก แต่เดียร์เหล่าซือสอนทีละขั้นจนตามได้สบายมากค่ะ แบบฝึกหัดเยอะมากช่วยให้จำได้แม่น"
คุณแนน"อยากคุยกับ supplier จีนได้ เริ่มจากคอร์สนี้เลยดีมากครับ พื้นฐานแน่น ออกเสียงชัด คนจีนเข้าใจเลย ขอบคุณเดียร์เหล่าซือมากครับ"
คุณโอ๊ต"เรียนสนุกมากเลยค่ะ เดียร์เหล่าซือพูดตลกและน่ารักมาก ไม่น่าเบื่อเลย ดูซ้ำหลายรอบแล้วยังชอบอยู่ แนะนำเพื่อนไปเรียนเพิ่มอีก 3 คนแล้ว 🔥"
คุณฝนพื้นฐานการออกเสียงคือสิ่งที่คุณจะใช้ทุกครั้งที่พูดจีน
ได้ค่ะ คอร์สนี้เริ่มจากศูนย์ ตั้งแต่พินอินคืออะไร แล้วค่อย ๆ ไล่ทีละเสียง
ถ้ายังไม่มั่นใจว่าออกเสียงถูก หรือสับสนเสียงบางตัว คอร์สนี้มีบท “ข้อควรระวัง” 5 บท เน้นจุดที่คนไทยพลาดบ่อยโดยเฉพาะ
เรียนได้ 1 ปีนับจากวันที่อนุมัติ ดูซ้ำได้ไม่จำกัดในช่วงนั้น
โอนเงินแล้วแนบสลิป แอดมินตรวจสอบและเปิดสิทธิ์ภายใน 24 ชั่วโมง
Bundle คอร์ส + หนังสือ + สมุดคัด เพียง 1,290.- จากปกติ 3,119.-
DEARSORNJEEN ก่อตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ภาษาจีนเข้าถึงได้สำหรับทุกคนในประเทศไทย เราเชื่อว่าภาษาไม่ใช่กำแพง แต่เป็นสะพานเชื่อมต่อโอกาสในชีวิต
ทีมงานของเราประกอบด้วยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจวิธีการสอนสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ
ต้องพาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนกลับไปราว ๆ 15 ปีที่แล้ว กลับไปยังวันแรกที่เดียร์เหล่าซือตัดสินใจเลือกเรียนภาษาจีนในช่วงมัธยมปลาย เหตุผลในการเลือกเรียนภาษาจีนเรียบง่ายมาก เพียงแค่คิดว่าอนาคตภาษาจีนต้องมาแน่ นอกจากนี้ก็ยังชอบตัวอักษรจีนด้วย
เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็เข้าร้านหนังสือซื้อหนังสือเรียนภาษาจีนมานั่งอ่าน นั่งเรียนด้วยตัวเอง วันนั้นนับเป็น "วันแรกที่เดียร์เหล่าซือก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางการเรียนภาษาจีน"
ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการเรียน ม.4–ม.6 มีความสุขทุกวันที่ได้เข้าเรียนคาบภาษาจีน และยังผ่านการสอบ HSK4 ได้ตามเป้าหมายตอนเรียน ม.5 อีกด้วย
หลังเรียนจบ ม.6 เดียร์เหล่าซือเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ศึกษาต่อที่คณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาตะวันออก เอกภาษาจีน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วิชาที่ชอบมากที่สุดคือวิชาไวยากรณ์ภาษาจีนขั้นสูง ซึ่งเป็นการวางรากฐานทางภาษาจีนที่มั่นคงและแข็งแรง นอกจากนี้ยังได้ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งของมหาวิทยาลัย ของคณะและของสาขา ทำให้ได้ฝึกฝนการทำงานร่วมกับผู้อื่นและเข้าใจวัฒนธรรมจีนเพิ่มมากขึ้น
และนี่คือจุดเริ่มต้นของ "เส้นทางการเป็นครูสอนภาษาจีน" จากการเริ่มเป็นติวเตอร์สอนภาษาจีนให้น้อง ๆ มัธยมตามบ้านในตัวเมืองเชียงใหม่
หลังจากมั่นใจแล้วว่า "การสอนภาษาจีนคือความสุข" เดียร์เหล่าซือไม่ลังเลที่จะคว้าโอกาสไปศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น และเพื่อให้ได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง จะต้องเป็นที่ เมืองปักกิ่งเท่านั้น ในปี 2018 ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เรียนสาขาการสอนภาษาจีนในฐานะภาษาที่สอง
ตลอดระยะเวลา 2 ปี ได้ทั้งความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับภาษาจีนและทฤษฎีการสอน ได้ซึมซับความเป็นจีน เข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนอย่างถ่องแท้ และยังได้ไปเยือนกำแพงเมืองจีนและพระราชวังต้องห้ามตามความฝัน ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการเป็น "ครูสอนภาษาจีน" มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุดก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทแล้ว เรียนจบด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยยินดีและความพร้อมที่จะทำหน้าที่ "ครูสอนภาษาจีนอย่างเต็มตัว"
หลังจากบินกลับมาประเทศไทยก็ได้โอกาสเข้าทำงานในตำแหน่ง อาจารย์มหาวิทยาลัย ณ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ การสอนในระดับอุดมศึกษาเป็นงานที่มีความสุข สนุกและหรรษามาก ๆ
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก็ได้เกิดขึ้น เดียร์เหล่าซือได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลจีนเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก สาขา Translation Studies (การแปลและล่าม) ที่ Shanghai International Studies University
เหตุผลที่เลือกสาขานี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัว เดียร์เหล่าซือค้นพบว่า "ไม่ใช่คนเรียนภาษาทุกคนที่จะทำงานแปลหรือล่ามได้ดี" และเชื่อว่าครูที่ดีต้องมีทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์จริงเพื่อถ่ายทอดให้นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน เดียร์เหล่าซือตั้งเป้าหมายจะเป็น
"ครูสอนภาษาจีนที่สมบูรณ์พร้อมทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์"
ให้แก่นักเรียนคนไทยทุกคน — มาเรียนภาษาจีนด้วยกันนะคะ
บทความ เคล็ดลับ และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมจีน
"ภาษาคือการสื่อสาร" เชื่อว่าวลีนี้เป็นวลีคุ้นหูใครหลายๆคนอย่างแน่นอน ในการเรียนภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่สองหรือภาษาที่สาม เป้าหมายสูงสุดในการเรียนภาษาของใครหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้น "การสามารถพูดได้ สื่อสารได้อย่างที่ใจคิด"
เดียร์เหล่าซือเองก็มีสิ่งนี้เป็นเป้าหมายในการเรียนรู้ภาษาจีนมาตลอดเช่นกัน คำถามคือสิ่งพื้นฐานที่จะทำให้เราสามารถพูดหรือสื่อสารได้อย่างมั่นใจได้คืออะไรกัน? บางคนอาจจะคิดว่าต้องรู้คำศัพท์ให้ได้เยอะและมากพอที่จะสื่อสารในหัวข้อหรือประเด็นที่สนใจ บางคนอาจจะคิดว่าหลักการทางไวยากรณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เดียร์เหล่าซืออยากบอกว่าทั้ง 2 สิ่งนั้นถูกต้องทั้งหมด แต่อาจยังไม่ใช่สิ่งพื้นฐานที่สุดที่จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนได้ตั้งแต่ก้าวเดินก้าวแรก
สำหรับเดียร์เหล่าซือ ก้าวแรกที่สำคัญของการเรียนภาษาคือ "การออกเสียง" หนึ่งในรูปแบบการสื่อสารที่ตรงไปตรงมาที่สุดของมนุษย์คือ "การพูด" เมื่อคุณเปล่งเสียงที่มีความหมายเสียงใดเสียงหนึ่งออกมาได้อย่างถูกต้อง ความหมายที่คุณต้องการสื่อสารจะถูกส่งตรงไปยังผู้รับสารได้อย่างตรงไปตรงมา และยังสามารถลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเข้าใจผิดได้อีกด้วย
ภาษาจีนเป็นภาษาที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ เชื่อว่าต่อให้นักเรียนไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อน แต่เมื่อได้ยินเสียงภาษาจีน ไม่ว่าจะจากแหล่งใดก็ตาม นักเรียนจะรู้ได้ทันทีว่า "ภาษาจีนชัวร์" ด้วยวิธีการออกเสียงที่เฉพาะของภาษาจีนทำให้เสียงที่ถูกเปล่งออกมานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
บางครั้งภาพจำที่คนไทยมีต่อเสียงภาษาจีนอาจเป็น "คนจีนพูดกันเหมือนทะเลาะกันเลย" แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย นั่นคือธรรมชาติในการสื่อสารของเจ้าของภาษา แต่เพราะเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเสียงภาษาจีนต่างหากที่อาจทำให้ชาวต่างชาติอย่างเราฟังเหมือนว่าพวกเขากำลังวิวาทกันอยู่
เสียงกระแทกลม (送气音)
สิ่งที่ทำให้เวลาคนพูดภาษาจีนแล้วฟังดูเหมือนทะเลาะกัน เป็นเพราะเอกลักษณ์เรื่องการออกเสียงอันหนึ่งของภาษาจีนคือ "เสียงกระแทกลม" ตัวอย่างพยัญชนะที่ออกเสียงในลักษณะนี้คือ p, t, k ขณะออกเสียงนี้จะต้องกระแทกทั้งเสียงและลมออกมาพร้อมกัน
นอกจากนี้ ในภาษาจีนยังมีเสียงวรรณยุกต์อีกด้วย ซึ่งเสียงวรรณยุกต์นี้เองที่ทำให้เกิดความหมายที่แตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง เช่น shī (狮) กับ shì (事) เพียงแค่วรรณยุกต์แตกต่างกันเท่านั้น ตัวอักษรจีนก็เปลี่ยนไปทันทีและความหมายก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
ดังนั้น การออกเสียงจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการเรียนภาษา โดยเฉพาะภาษาจีน เมื่อนักเรียนมีความมั่นใจในการออกเสียงแล้ว การจำคำศัพท์ ไวยากรณ์และนำความรู้ทั้งหมดมาฝึกฝนแต่งประโยคและพูดก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เดียร์เหล่าซือเชื่อเสมอว่า การออกเสียงคือก้าวแรกที่สำคัญในการเรียนภาษา (ไม่ว่าภาษาใดก็ตาม)
พร้อมจะออกเสียงเป๊ะ พูดจีนอย่างมั่นใจแล้วหรือยัง?
เรียนรู้พินอิน การออกเสียง และข้อควรระวังที่คนไทยควรรู้ ผ่านคอร์ส PINYIN 101 ทั้งหมด 13 บท พร้อมแบบฝึกหัดออกเสียง 14 ชุด
ไม่ว่าจะไปจีนเพื่อท่องเที่ยว เรียน หรือทำงาน การรู้ประโยคพื้นฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้การใช้ชีวิตที่นั่นราบรื่นขึ้นอย่างมาก เดียร์เหล่าซือได้รวบรวม 50 ประโยคภาษาจีนที่จำเป็น พร้อมพินอินและคำแปลภาษาไทย ใช้ได้จริงตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าไปถึงจีน
อยากพูดภาษาจีนได้คล่องกว่านี้ไหม?
เริ่มต้นจากการออกเสียงให้ถูกต้องกับคอร์ส PINYIN 101 ระบบเสียงภาษาจีนฉบับสมบูรณ์ สอนโดยเดียร์เหล่าซือ
ถ้าคุณกำลังเรียนภาษาจีนอยู่และวางแผนจะสอบ HSK คงเคยได้ยินคำว่า "HSK 3.0" กันมาบ้างแล้ว แต่หลายคนยังสับสนอยู่ว่า HSK ที่ตัวเองกำลังเตรียมสอบอยู่นั้นเป็นแบบไหน แล้ว HSK 3.0 ที่ว่านั้นต่างจากของเดิมยังไง บทความนี้จะสรุปให้ครบและชัดเจนที่สุด
HSK (汉语水平考试 / Hànyǔ Shuǐpíng Kǎoshì) คือการสอบวัดระดับความสามารถภาษาจีนกลางสำหรับผู้เรียนที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาแม่ จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา HSK มีการปรับโครงสร้างมาแล้วหลายครั้ง โดยเวอร์ชันที่คนส่วนใหญ่รู้จักคือ HSK 2.0 ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2010 และปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ HSK 3.0 ที่ออกแบบมาตรฐานใหม่ในปี 2021 และมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่กรกฎาคม 2566
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุดคือการเพิ่มจาก 6 ระดับเป็น 9 ระดับ โดยเพิ่มระดับ 7, 8 และ 9 เข้ามาสำหรับผู้เรียนในระดับสูงมาก
โครงสร้างระดับใหม่:
สำหรับ HSK 7–9 เป็นการสอบแบบรวมในชุดเดียว แต่คะแนนที่ได้จะกำหนดว่าจะได้รับใบรับรองระดับ 7, 8 หรือ 9
ความแตกต่างที่ส่งผลต่อการเรียนมากที่สุดคือจำนวนคำศัพท์ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
ตัวอย่างที่เห็นชัด
ระดับ 3 ของ HSK 2.0 ต้องรู้แค่ 600 คำ แต่ระดับ 3 ของ HSK 3.0 ต้องรู้ถึง 988 คำ — มากกว่าเกือบ 65%
HSK 2.0 ประเมินเป็นหลักจากคำศัพท์ แต่ HSK 3.0 ใช้มาตรฐาน 4 มิติในการวัดระดับความสามารถ ได้แก่:
HSK 3.0 เพิ่มคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตจริงและยุคดิจิทัลมากขึ้น เช่น:
ข่าวดีสำหรับคนที่ผ่านสอบ HSK 2.0 ไปแล้ว: ใบรับรอง HSK 2.0 ยังคงใช้ได้ แต่เมื่อ HSK 3.0 กลายเป็นมาตรฐานหลัก สถาบันต่างๆ อาจเริ่มกำหนดให้ใช้ใบรับรองระบบใหม่ในการสมัครเรียนหรือสมัครงาน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ HSK 3.0 ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนคำหรือระดับ แต่เป็นการออกแบบใหม่ทั้งระบบให้วัดความสามารถใช้งานจริงได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน และแปล
อ้างอิง: มาตรฐาน 《国际中文教育中文水平等级标准》 ปี 2021 และข้อมูลล่าสุดจาก Chinese Testing International (CTI)
"ในขณะที่หลายประเทศกำลังรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่... แต่ประเทศจีนกลับสูบบุหรี่เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งโลก"
จีนบริโภคบุหรี่ประมาณ 2.4 ล้านล้านมวนต่อปี หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของบุหรี่ที่ถูกสูบทั่วโลก
ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ
แต่มันสะท้อนว่าสำหรับคนจีนจำนวนไม่น้อย "บุหรี่" ไม่ใช่เพียงสินค้าอุปโภค แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมทางสังคม
เด็กหลายคนเติบโตขึ้นมาโดยเห็นพ่อ ปู่ ลุง ญาติ เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่หัวหน้าสูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติ การสูบบุหรี่จึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่เป็นภาพที่พบเห็นได้ทุกวัน
เมื่อสิ่งหนึ่งกลายเป็น "ความปกติ" ในสังคม เด็กและวัยรุ่นก็ย่อมเข้าถึงมันได้ง่ายขึ้น และหลายคนก็เริ่มมองว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดาของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ในวงการธุรกิจของจีน บุหรี่ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่เป็นของสูบ แต่มันยังเป็น "ภาษาทางสังคม"
ก่อนจะไปพบลูกค้า พบหุ้นส่วน หรือเจรจาธุรกิจ หลายคนจะเตรียมบุหรี่ติดตัวไปหนึ่งซอง หรือบางครั้งมากกว่านั้น เพื่อใช้เป็นของรับรอง เปิดบทสนทนา หรือสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง
การยื่นบุหรี่ การรับบุหรี่ หรือการจุดบุหรี่ให้กัน กลายเป็นธรรมเนียมทางสังคมที่สืบทอดกันมาหลายยุคในบางแวดวง แม้ปัจจุบันจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในคนรุ่นใหม่และหลายบริษัทก็ตาม
เมื่อเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในจีน คุณจะพบว่าบุหรี่มีให้เลือกนับสิบถึงนับร้อยยี่ห้อ ตั้งแต่แบรนด์จีนราคาหลักสิบหยวน ไปจนถึงแบรนด์พรีเมียมที่ถูกใช้เป็นของขวัญ ของฝาก หรือของรับรองแขก รวมถึงบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศ
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า "ตลาดบุหรี่" ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจและวัฒนธรรมการบริโภคของจีน
รัฐบาลจีนเองก็มีมาตรการควบคุมการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ และมีการรณรงค์ด้านสุขภาพมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ในอีกด้านหนึ่ง วัฒนธรรมการสูบบุหรี่ที่ฝังรากลึกมานานหลายสิบปี ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาอันสั้น
นี่จึงเป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจ ในวันที่หลายประเทศพยายามทำให้ "บุหรี่" กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนหลีกเลี่ยง แต่ในบางบริบทของสังคมจีน บุหรี่ยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งสื่อกลางของความสัมพันธ์ เครื่องมือสร้างเครือข่าย และสัญลักษณ์ของมารยาททางธุรกิจ
คำถามคือ…
เมื่อสิ่งที่อันตรายต่อสุขภาพ กลายเป็น "วัฒนธรรม" และ "เรื่องปกติ" เราจำเป็นต้องยอมรับวัฒนธรรมจีนนี้ในการทำธุรกิจด้วยไหม?
สอบ HSK 6 ผ่านแล้วคิดว่าจบสายจีนแล้วใช่ไหม? เปล่าเลย 😅 ตอนนี้มีด่านใหม่รออยู่ นั่นคือ HSK 7-9 (ระดับสูง) ที่หลายคนเพิ่งเคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก และถ้าใครกำลังลุ้นสอบ HSK 6 อยู่ อ่านโพสต์นี้ก่อนอาจช่วยให้เห็นภาพรวมทั้งเส้นทางชัดขึ้น
ตามเอกสารทางการ ระดับนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ที่เรียนภาษาจีนมาแล้ว 4 ปีการศึกษาขึ้นไป หรือสะสมชั่วโมงเรียนประมาณ 4,000–6,000 ชั่วโมง มีคลังคำศัพท์ 5,000–10,000 คำ และเคยใช้ภาษาจีนในบริบทวิชาการหรือวิชาชีพมาแล้วจริงๆ
พูดง่ายๆ คือเทียบเท่าระดับ C2–C2+ ตามมาตรฐาน CEFR ของยุโรป นี่ไม่ใช่ระดับสำหรับคนทั่วไปที่แค่อยากได้ใบเซอร์ แต่เจาะกลุ่มคนที่จะใช้จีนทำงานหรือเรียนต่อระดับสูงจริงๆ
ข้อสอบ HSK 7-9 มีทั้งหมด 98 ข้อ ใช้เวลาสอบรวมประมาณ 210 นาที (เกือบ 3 ชั่วโมงครึ่ง!) และวัดผลถึง 5 ทักษะพร้อมกัน ได้แก่:
ต่างจาก HSK 1–6 ที่เน้นแค่ฟัง-อ่าน-เขียนเป็นหลัก ระดับนี้มีเนื้อหาข่าว บทเจรจาธุรกิจ บทสัมภาษณ์ บทความวิชาการ ไปจนถึงการแปลบทความและการพูดแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด — สอบ HSK 7-9 เป็น "การสอบชุดเดียว" ไม่ได้แยกสอบทีละระดับเหมือน HSK 1–6 ระบบจะคำนวณความสามารถของผู้สอบด้วยโมเดลทางสถิติ (Item Response Theory) แล้วจัดกลุ่มออกเป็น 4 ระดับผล:
พูดง่ายๆ คือถ้าสอบแล้วคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ระดับ 7 จะไม่ได้ใบระดับ 7-9 เลย แต่จะได้ผลเป็น "ต่ำกว่าระดับ 7" แทน — ไม่ใช่สอบตกแบบไม่มีอะไรเลย แต่ก็ไม่ได้ใบเซอร์ระดับนี้เช่นกัน
มีการตั้งข้อสังเกตกันในหมู่คนเรียนภาษาจีนว่า เมื่อลองไล่ดูคลังคำศัพท์ 5,600 คำของ HSK 7-9 แล้ว คำจำนวนไม่น้อยกลับเป็นคำที่คุ้นตาอยู่แล้วจากคำศัพท์ระดับ HSK 6 เดิม
จากกระทู้ Reddit คำศัพท์ที่เพิ่มมาส่วนใหม่มักวนอยู่กับกลุ่มคำเช่น:
ทำให้บางคนตั้งคำถามว่าความยากที่เพิ่มขึ้นจริงๆ อยู่ตรงคำศัพท์ใหม่ หรืออยู่ที่รูปแบบข้อสอบและทักษะที่วัดเพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะทักษะแปลและพูดที่เพิ่มเข้ามา) กันแน่
HSK 7-9 ไม่ใช่แค่ "HSK 6 แต่ยากกว่า" แต่เป็นการปรับกรอบทั้งระบบให้วัดความสามารถแบบมืออาชีพจริงๆ ใครที่กำลังจะข้ามด่าน HSK 6 ไปสู่ระดับสูงนี้ เตรียมใจเรื่องทักษะแปลและพูดไว้ได้เลย 🔥
🧩 อ่านเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูล
📎 reddit.com — What are HSK 7-9 used for?
📎 HSK 7-9 Official Document (PDF)
เริ่มต้นจากพื้นฐานให้แน่น ก่อนไปถึง HSK 7-9
ออกเสียงให้แม่น วรรณยุกต์ให้ถูก ด้วยคอร์ส PINYIN 101
ก่อนจะมีฟ้ามีดิน มีตำนานหนึ่งที่ชาวจีนเล่าขานกันมานับพันปี ว่าด้วยจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง
ตามตำนานจีนโบราณ ก่อนที่โลกจะมีรูปร่าง จักรวาลทั้งหมดเป็นเพียงความโกลาหลไร้รูปทรง คล้ายไข่ฟองมหึมาที่ไม่มีแสง ไม่มีเสียง ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างสิ่งใด ภายในความมืดมิดนั้น มีร่างยักษ์นามว่า "ผานกู่" (盘古) หลับใหลบ่มเพาะตัวเองอยู่นานถึงหนึ่งหมื่นแปดพันปี
เมื่อตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด ผานกู่จึงใช้ขวานเล่มใหญ่ฟันแหวกความโกลาหลนั้นออกเป็นสองส่วน สิ่งที่เบาและใสลอยขึ้นกลายเป็นท้องฟ้า ส่วนสิ่งที่หนักและขุ่นจมลงกลายเป็นแผ่นดิน แต่ผานกู่เกรงว่าฟ้ากับดินจะกลับมารวมกันอีกครั้ง จึงยืนค้ำอยู่ตรงกลาง ศีรษะเทิดฟ้า เท้าเหยียบดิน ทุกวันที่ฟ้าสูงขึ้นหนึ่งจ้าง ดินก็หนาขึ้นหนึ่งจ้าง ร่างของผานกู่เองก็เติบโตตามไปด้วย เป็นเช่นนี้อยู่นานนับหมื่นปี จนฟ้าดินเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมั่นคง
หลังจากผานกู่ทุ่มเทแรงกายจนหมดสิ้น ร่างอันใหญ่โตก็ล้มลงบนผืนแผ่นดิน แต่การล้มครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดกำเนิดของโลกที่เต็มไปด้วยชีวิต:
ตำนานผานกู่ไคเทียน (盘古开天) สะท้อนจินตนาการอันงดงามของคนโบราณต่อการกำเนิดจักรวาล และยังสื่อถึงจิตวิญญาณของชาวจีนที่โหยหาความสว่าง พร้อมอุทิศตนเพื่อสิ่งอื่นโดยไม่เห็นแก่ตัว เป็นเหตุผลที่ตำนานนี้ยังคงถูกเล่าซ้ำและส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน
#เดียร์สอนจีน #เดียร์เหล่าซือ #เรียนภาษาจีน #เรียนจีน #HSK
📌 แหล่งอ้างอิง
สนใจเรียนภาษาจีนให้แม่นยำ?
เริ่มต้นจากพื้นฐานพินอินกับคอร์ส PINYIN 101
หลายคนที่เห็น iPhone จากจีนครั้งแรก มักจะตกใจว่า... "ทำไมใส่ซิมได้ 2 ซิมจริงๆ ไม่ใช่ eSIM?" คำตอบคือ จริง! และเป็นฟีเจอร์ที่ Apple ผลิตเฉพาะเครื่องที่จำหน่ายในจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น
เริ่มตั้งแต่:
ตอนนั้น Apple เปิดตัวฟีเจอร์ Dual SIM ให้ผู้ใช้ทั่วโลก แต่เลือกใช้วิธีที่ต่างกันไปในแต่ละตลาด สำหรับประเทศส่วนใหญ่ Apple ใช้ซิมจริง 1 ซิมคู่กับ eSIM แต่สำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ Apple กลับผลิตถาดใส่ซิมแบบพิเศษที่รองรับนาโนซิมจริงพร้อมกัน 2 ซิมในเครื่องเดียว
เหตุผลสำคัญที่ Apple ต้องทำแบบนี้ ไม่ใช่เพราะจีนขอพิเศษเฉยๆ แต่เป็นเพราะตอนนั้นระบบ eSIM ในจีนยังไม่พร้อมใช้งานอย่างแพร่หลาย ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ในจีนยังเปิดให้บริการ eSIM ในบางเมืองเท่านั้น ประกอบกับมือถือ Android ส่วนใหญ่ที่ขายในจีนรองรับ 2 ซิมเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว Apple จึงต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาดนี้โดยเฉพาะ
ฟีเจอร์นี้ก็ไม่ได้มีแค่ยุคนั้น เพราะจนถึงรุ่นล่าสุดอย่างไอโฟน 17, 17 Pro และ 17 Pro Max เวอร์ชันที่ขายในจีนแผ่นดินใหญ่ก็ยังคงมีถาดใส่ 2 นาโนซิมให้อยู่ ไล่มาตั้งแต่ไอโฟน 11, 12, 13, 14, 15, 16 ทุกรุ่น ยกเว้นเพียงบางรุ่นอย่าง iPhone Air ที่ใช้ eSIM เท่านั้น และ iPhone 16e/17e ที่เลือกได้ทั้งซิมจริงและ eSIM
📌 ถ้าคุณเห็น iPhone ที่มีถาดซิมใส่ได้ 2 ซิมจริงๆ มีโอกาสสูงว่าเป็น เครื่องจีน (China Mainland Version)
#เดียร์สอนจีน #เดียร์เหล่าซือ #เรียนภาษาจีน #เรียนจีน
📚 แหล่งอ้างอิง
🧷 scmp.com — Apple introduces iPhones with dual SIM trays only in China
อยากเข้าใจวัฒนธรรมจีนให้ลึกขึ้น?
เริ่มจากภาษาจีนพื้นฐานกับคอร์ส PINYIN 101
คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่คำตอบซับซ้อนกว่าที่คิดมาก จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก แต่ตัวอักษรจีนที่นิยมใช้ตั้งชื่อจริงกลับมีอยู่จำกัด เมื่อนำมาผสมกันเป็นพยางค์เสียง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีชื่อซ้ำกัน คำถามคือ แล้วคนจีนแยกแยะกันอย่างไร ทั้งในระบบตัวอักษรจีน และในระบบทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนทั่วโลกใช้อ้างอิง
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือชื่อ Hu Jintao (胡锦涛) อดีตประธานาธิบดีจีน ซึ่งประกอบด้วย 3 พยางค์คือ hu-jin-tao ในภาษาจีน แต่ละพยางค์สามารถออกเสียงได้ 5 วรรณยุกต์ (รวมเสียงเบา) เมื่อทับศัพท์เป็นอักษรโรมันแบบไม่ระบุวรรณยุกต์ ชื่อ "Hu Jintao" ที่เขียนเหมือนกันทุกตัวอักษร ในทางทฤษฎีจึงสามารถแทนเสียงที่ต่างกันได้ถึง 5×5×5 = 125 แบบ
ความซับซ้อนยังไม่จบเพียงเท่านี้ ภาษาจีนมีคำพ้องเสียงจำนวนมาก คือคำที่ออกเสียงเหมือนกันทุกประการ แต่เขียนด้วยตัวอักษรคนละตัว และมีความหมายคนละเรื่อง เมื่อแต่ละพยางค์ในชื่อสามารถแทนด้วยตัวอักษรจีนได้หลายสิบตัว ชื่อทับศัพท์เดียวอย่าง "Hu Jintao" จึงอาจสอดคล้องกับชื่อภาษาจีนที่เขียนต่างกันได้นับพันรูปแบบ
คนจีนเมื่อรู้จักกันครั้งแรก มักถามกลับทันทีว่าชื่อเขียนด้วยตัวอักษรใด เนื่องจากเพียงได้ยินเสียง ไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงได้ แม้เสียงจะตรงกันทุกประการ
ชื่อจีนสองชื่อที่ดูเหมือนกันทุกประการเมื่อทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ อาจแท้จริงแล้วออกเสียงต่างกัน เขียนด้วยตัวอักษรต่างกัน และเป็นคนคนละคนกันโดยสิ้นเชิง นี่คือเหตุผลที่การเรียนภาษาจีนให้แม่นยำ ต้องให้ความสำคัญกับวรรณยุกต์ไม่น้อยไปกว่าตัวอักษร 🀄
#เดียร์สอนจีน #เดียร์เหล่าซือ #เรียนภาษาจีน #เรียนจีน
📚 แหล่งอ้างอิง
📎 Quora — How have people in China differentiate between identical names?
เรียนภาษาจีนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ออกเสียงวรรณยุกต์ให้แม่นด้วยคอร์ส PINYIN 101
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเดินตามถนนในจีน รถยนต์ไฟฟ้าถึงเยอะขึ้นเรื่อยๆ แบบสังเกตได้ชัด คำตอบไม่ได้มาจากกระแสหรือเทรนด์เฉยๆ แต่มาจากนโยบายรัฐบาลที่วางแผนมาอย่างเป็นระบบ เพื่อพาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นมาก
ปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ของจีนเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมานาน ควันจากท่อไอเสียรถยนต์คือหนึ่งในต้นตอสำคัญ นอกจากเรื่องสุขภาพของประชาชนแล้ว จีนยังต้องเผชิญแรงกดดันเรื่อง climate change และพันธสัญญาระดับโลกในการลดคาร์บอน การพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณมหาศาลก็เป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงานอีกทาง ดังนั้นการผลักดัน green energy ผ่านรถยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและอุตสาหกรรมของประเทศไปพร้อมกัน
ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ของจีนออกโครงการอุดหนุนการเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถใหม่ ผู้ที่นำรถเก่าไปแลกซื้อรถคันใหม่จะได้รับเงินสูงสุดถึง 10,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราวห้าหมื่นบาท โครงการนี้แบ่งภาระค่าใช้จ่ายระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่นในสัดส่วนหกสิบต่อสี่สิบ สะท้อนว่านี่ไม่ใช่แค่แคมเปญเล็กๆ แต่เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลทุกระดับร่วมลงขัน
ล่าสุดจีนประกาศแผนปฏิบัติการด้านคาร์บอนพีคระดับชาติ ตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้าล้วนและปลั๊กอินไฮบริดรวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของรถยนต์ทั้งหมดที่วิ่งอยู่บนถนนภายในปี 2030 ตัวเลขนี้มากกว่าสัดส่วนปัจจุบันที่อยู่ราว 12% เมื่อสิ้นปี 2025 กว่าเท่าตัว นั่นหมายความว่าภายในเวลาไม่ถึงสิบปี รถทุกๆ สามคันบนถนนจีนจะมีรถไฟฟ้าอยู่เกือบหนึ่งคัน
มีงานวิจัยที่น่าสนใจศึกษาผลของนโยบายอุดหนุนรถ EV ในจีนช่วงปี 2016-2019 ครอบคลุม 316 เมือง พบว่าการอุดหนุนช่วยกระตุ้นยอดใช้รถ EV ที่ผลิตในประเทศได้ชัดเจน แต่กลับส่งผลลบต่อยอดขายรถ EV นำเข้า ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม งานวิจัยประเมินว่าต้นทุนการลดคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านมาตรการนี้อยู่ที่ประมาณ 4,453 หยวนต่อหนึ่งตัน ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับมาตรการลดคาร์บอนแบบอื่น
นโยบายรถ EV ของจีนจึงไม่ใช่แค่เรื่องเงินอุดหนุนแลกซื้อรถเฉยๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ผูกโยงกันตั้งแต่การลดมลพิษ การลดพึ่งพาน้ำมัน ไปจนถึงการวางรากฐานอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศในระยะยาว น่าติดตามว่าเมื่อถึงปี 2030 จีนจะไปถึงเป้าหมาย 30% ตามที่วางไว้หรือไม่
#เดียร์สอนจีน #เดียร์เหล่าซือ #เรียนภาษาจีน #เรียนจีน #HSK
📚 แหล่งอ้างอิง
🧷 bangkokpost.com — China offers subsidies for car trade-ins
🧷 reuters.com — China aims to raise EV share to 30% by 2030
🧷 sciencedirect.com — EV subsidy research
🧷 crawford.anu.edu.au — Research paper
อยากสื่อสารภาษาจีนได้อย่างมั่นใจ?
เริ่มต้นจากพื้นฐานพินอินให้แม่นกับคอร์ส PINYIN 101
ใครที่เคยคิดจะซื้อรถที่เซี่ยงไฮ้ อาจจะเจอเรื่องที่ทำเอางงไปพักหนึ่ง นั่นคือการซื้อรถไม่ใช่แค่มีเงินแล้วจบ แต่ยังต้องไปแข่งกับคนทั้งเมืองเพื่อแย่งชิง "ป้ายทะเบียน" มาครองให้ได้ก่อน ถึงจะเอารถออกมาวิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ระบบที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนี้สะท้อนวิธีคิดของเซี่ยงไฮ้ในการจัดการเมืองใหญ่ได้อย่างน่าสนใจ
รถยนต์เครื่องยนต์ประเภทที่ใช้น้ำมันในเซี่ยงไฮ้ ป้ายทะเบียนไม่ได้ออกให้ฟรีตามคิว แต่ต้องผ่านการประมูลผ่านระบบที่เรียกว่า "上海国拍" (ซ่างไห่กั๋วไผ) หรือ Shanghai International Commodity Auction Co., Ltd. (SICA) ทุกเดือนจะมีการประมูลหนึ่งครั้ง เปิดในวันเสาร์ที่สามของเดือน ผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลได้ต้องผ่านเงื่อนไขก่อน ไม่ใช่ใครก็สมัครแล้วได้สิทธิ์ทันที
เงื่อนไขหลักๆ ที่ต้องมี ได้แก่:
พอผ่านเงื่อนไขแล้ว ยังต้องวางเงินมัดจำก่อนเข้าประมูลอีกราวหนึ่งพันหยวน แล้วเข้าไปแข่งราคากับคนอื่นๆ ทั่วเมืองในระบบออนไลน์ ใครประมูลได้ถึงจะได้ "ใบรับรองโควตา" ไปดำเนินการจดทะเบียนรถต่อ ส่วนราคาที่ประมูลกันนั้น หลายปีที่ผ่านมาขยับขึ้นไปแตะหลักหมื่นหยวนต่อป้ายอย่างต่อเนื่อง พูดง่ายๆ คือค่าป้ายทะเบียนอย่างเดียวบางทีก็แพงพอๆ กับราคารถทั้งคัน
คำตอบไม่ได้อยู่ที่มลพิษเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการควบคุมปริมาณรถทั้งเมืองแบบตรงเป้ามากกว่า เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นระดับต้นๆ ของจีน ถนนและพื้นที่จอดรถมีจำกัด ถ้าปล่อยให้ทุกคนซื้อรถแล้วจดทะเบียนได้อย่างอิสระ ปัญหารถติดและการจราจรล้นเมืองจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ การจำกัดจำนวนป้ายทะเบียนใหม่ต่อเดือนจึงเป็นเครื่องมือหลักที่ทางการใช้ควบคุม "ปริมาณรถบนถนน" ให้อยู่ในระดับที่โครงสร้างพื้นฐานของเมืองยังรับไหว
ระบบประมูลทะเบียนทำหน้าที่เป็นตัวกรองทางเศรษฐศาสตร์ ยิ่งราคาป้ายสูง ก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่ได้จำเป็นต้องมีรถจริงๆ คิดหนักขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ
ระบบนี้ก็มีทางออกให้คนที่ไม่อยากไปสู้ราคากันในตลาดประมูลอยู่เหมือนกัน อย่างแรกคือรถพลังงานใหม่ (รถไฟฟ้าล้วน) ซึ่งสามารถขอป้ายทะเบียนสีเขียวได้แบบไม่ต้องประมูล เงื่อนไขคล้ายกับป้ายทะเบียนน้ำมันในเรื่องทะเบียนบ้านและถิ่นที่อยู่ ต่างกันที่ระยะเวลาการจ่ายประกันสังคมหรือภาษี แต่ต้องเป็นรถไฟฟ้าล้วนเท่านั้น ส่วนรถปลั๊กอินไฮบริดหรือรถที่มีเครื่องยนต์ช่วยชาร์จ ไม่เข้าเงื่อนไขนี้แล้วในปัจจุบัน
จะเห็นว่าการมีรถในเซี่ยงไฮ้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินในกระเป๋า แต่เป็นเกมของเงื่อนไขถิ่นที่อยู่ ระยะเวลาการจ่ายภาษี ความอดทนในการรอประมูล และการเลือกประเภทรถให้เหมาะกับป้ายที่จะได้ ระบบนี้สะท้อนให้เห็นว่าเมืองใหญ่ระดับเซี่ยงไฮ้เลือกที่จะควบคุมปริมาณรถผ่านกลไกราคาและโควตา แทนที่จะปล่อยให้ตลาดเป็นผู้กำหนดเองทั้งหมด
#เดียร์สอนจีน #เดียร์เหล่าซือ #เรียนภาษาจีน #เรียนจีน #HSK
📚 แหล่งอ้างอิง
🧷 shanghai.gov.cn — Transportation
อยากสื่อสารภาษาจีนได้อย่างมั่นใจ?
เริ่มต้นจากพื้นฐานพินอินให้แม่นกับคอร์ส PINYIN 101
คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่คำตอบซับซ้อนกว่าที่คิดมาก จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก แต่ตัวอักษรจีนที่นิยมใช้ตั้งชื่อจริงกลับมีอยู่จำกัด เมื่อนำมาผสมกันเป็นพยางค์เสียง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีชื่อซ้ำกัน คำถามคือ แล้วคนจีนแยกแยะกันอย่างไร ทั้งในระบบตัวอักษรจีน และในระบบทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนทั่วโลกใช้อ้างอิง
📌 กุญแจสำคัญ: คำว่า "เหมือนกัน" ไม่ได้แปลว่าเหมือนกันจริง
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือชื่อ Hu Jintao (胡锦涛) อดีตประธานาธิบดีจีน ซึ่งประกอบด้วย 3 พยางค์ คือ hu-jin-tao ในภาษาจีน แต่ละพยางค์สามารถออกเสียงได้ 5 วรรณยุกต์ (รวมเสียงเบา) เมื่อทับศัพท์เป็นอักษรโรมันแบบไม่ระบุวรรณยุกต์ ชื่อ "Hu Jintao" ที่เขียนเหมือนกันทุกตัวอักษร ในทางทฤษฎีจึงสามารถแทนเสียงที่ต่างกันได้ถึง 5×5×5 = 125 แบบ
ความแตกต่างเหล่านี้อาจไม่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีน แต่สำหรับเจ้าของภาษาแล้ว แต่ละเสียงแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ภาษาจีนมีคำพ้องเสียงจำนวนมาก คือคำที่ออกเสียงเหมือนกันทุกประการ แต่เขียนด้วยตัวอักษรคนละตัว และมีความหมายคนละเรื่อง เมื่อแต่ละพยางค์ในชื่อสามารถแทนด้วยตัวอักษรจีนได้หลายสิบตัว ชื่อทับศัพท์เดียวอย่าง "Hu Jintao" จึงอาจสอดคล้องกับชื่อภาษาจีนที่เขียนต่างกันได้นับพันรูปแบบ โดยมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่เป็นชื่อจริงของอดีตประธานาธิบดี
💬 นี่คือเหตุผลที่ว่า…
คนจีนเมื่อรู้จักกันครั้งแรก มักถามกลับทันทีว่า ชื่อเขียนด้วยตัวอักษรใด เนื่องจากเพียงได้ยินเสียง ไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงได้ แม้เสียงจะตรงกันทุกประการ
ชื่อจีนสองชื่อที่ดูเหมือนกันทุกประการเมื่อทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ อาจแท้จริงแล้ว:
ในขณะเดียวกัน บางกรณีก็เป็นชื่อที่เหมือนกันจริงทุกประการ แม้แต่คนจีนเองก็ยังพบปัญหานี้ในระบบที่รองรับเฉพาะอักษรโรมัน เช่น ระบบอีเมล ซึ่งไม่สามารถรองรับตัวอักษรจีนได้
🧐 นี่คือเหตุผลที่การเรียนภาษาจีนให้แม่นยำ ต้องให้ความสำคัญกับวรรณยุกต์ไม่น้อยไปกว่าตัวอักษร
⚡️ ที่มา: กระทู้ถาม-ตอบบน Quora หัวข้อ "How have people in China come to differentiate between individuals with identical names in various settings"
อยากพูดภาษาจีนให้ออกเสียงวรรณยุกต์ได้แม่น?
เรียนรู้พินอินและวรรณยุกต์ครบทุกเสียงกับคอร์ส PINYIN 101
สินค้าทั้งหมดของ Dearsornjeen Academy เป็น สินค้าดิจิทัล ได้แก่ คอร์สเรียนออนไลน์ (วิดีโอ) หนังสือ eBook และแอป DearHSKBoost ซึ่งผู้ซื้อเข้าถึงหรือดาวน์โหลดได้ทันทีหลังชำระเงิน จึงมีเงื่อนไขการคืนเงินดังนี้
การสมัครสมาชิก ซื้อสินค้า หรือใช้งานเว็บไซต์ dearsornjeen.com และแอป DearHSKBoost ถือว่าผู้ใช้ยอมรับข้อกำหนดนี้
| สินค้า | ระยะเวลาใช้งาน |
|---|---|
| คอร์สเรียนออนไลน์ (วิดีโอ) | 1 ปี นับจากวันที่อนุมัติการชำระเงิน |
| หนังสือ eBook | ดาวน์โหลดผ่านลิงก์ ซึ่งมีอายุ 15 วันนับจากวันที่ได้รับลิงก์ (ไฟล์ที่ดาวน์โหลดแล้วเก็บไว้ใช้ได้ตลอด และขอลิงก์ใหม่ได้) |
| แอป DearHSKBoost (ระดับหรือแพ็กเกจที่ซื้อ) | ตลอดชีพ คือตลอดระยะเวลาที่ Dearsornjeen Academy ยังให้บริการแอป |
Dearsornjeen Academy อาจระงับหรือยกเลิกบัญชีโดยไม่คืนเงิน หากพบว่า
เราอาจปรับปรุงข้อกำหนดนี้ และจะประกาศฉบับใหม่บนเว็บไซต์พร้อมวันที่มีผล
ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
Dearsornjeen Academy ("เรา") ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
| ข้อมูล | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ข้อมูลบัญชี | ชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ รหัสผ่าน (เก็บแบบเข้ารหัส ทีมงานอ่านไม่ได้) |
| ข้อมูลการสั่งซื้อ | สินค้าที่ซื้อ ราคา โค้ดส่วนลด วันที่ รูปสลิปการโอนเงิน |
| ข้อมูลการชำระด้วยบัตร | เลข 4 หลักท้ายและประเภทบัตร ที่ได้จากผู้ให้บริการชำระเงิน เราไม่เก็บเลขบัตรเต็มหรือ CVV |
| ข้อมูลการเรียน | คำศัพท์ที่กด 🌟/💗 คำที่เรียนแล้ว คะแนนแบบฝึกหัด วันที่เข้าเรียน ตารางทวนคำ |
| ข้อมูลเป้าหมายการเรียน | ระดับภาษาจีน ระดับ HSK ที่ต้องการพิชิต เป้าหมายจำนวนคำและเวลาเรียนต่อวัน เป้าหมายการเรียน วันสอบที่วางแผน ประวัติการสอบ HSK และวันเวลาที่ยอมรับนโยบายของแอป |
| ข้อมูลการแจ้งเตือน | รหัสอุปกรณ์สำหรับส่งการแจ้งเตือน (เฉพาะเมื่อผู้ใช้เปิดการแจ้งเตือน) |
| ข้อมูลทางเทคนิค | คุกกี้สำหรับเข้าสู่ระบบ และข้อมูลที่แอปบันทึกไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานออฟไลน์ |
| เสียงพูด | ในหัวข้อฝึกพูด ระบบรู้จำเสียงของเบราว์เซอร์หรือมือถือใช้ฟังเสียงพูด เราไม่บันทึกหรือเก็บไฟล์เสียงของผู้ใช้ไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ |
เราไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคล และเปิดเผยเท่าที่จำเป็นต่อผู้ให้บริการเหล่านี้เท่านั้น
ผู้ให้บริการบางรายอาจเก็บข้อมูลไว้นอกประเทศไทย เราเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
ผู้ใช้มีสิทธิ ขอเข้าถึงหรือขอสำเนาข้อมูล ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ขอลบข้อมูลหรือลบบัญชี ขอให้ระงับหรือคัดค้านการใช้ข้อมูล ถอนความยินยอม และร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ติดต่อใช้สิทธิได้ตามช่องทางในหัวข้อ "ติดต่อเรา" เราจะตอบกลับภายใน 30 วัน
เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นต่อการเข้าสู่ระบบเท่านั้น ไม่มีคุกกี้โฆษณาหรือติดตามจากบุคคลที่สาม แอป DearHSKBoost บันทึกข้อมูลบางส่วนไว้ในเครื่องเพื่อให้เปิดได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต ข้อมูลนี้จะถูกลบเมื่อออกจากระบบ
เราอาจปรับปรุงนโยบายนี้ และจะประกาศฉบับใหม่บนเว็บไซต์พร้อมวันที่มีผล
Dearsornjeen Academy (สถาบันภาษาจีนเดียร์สอนจีน)
เข้าสู่ระบบเพื่อดูวิดีโอการสอนของคุณ
ยังไม่มีบัญชี? สร้างบัญชี
ฟังเสียงแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง · 20 ข้อ · ผ่านเกณฑ์ 80%
ยินดีต้อนรับกลับมา DEARSORNJEEN
กรอกรหัสผ่านใหม่ของคุณ
เริ่มต้นการเรียนภาษาจีนกับเดียร์เหล่าซือ
คอร์ส PINYIN 101 — ระบบการออกเสียงภาษาจีน
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
คอร์ส ตะลุยโจทย์ติวสอบ HSK5
คอร์ส ตะลุยโจทย์ HSK4 พิชิต 200+
| ID | ชื่อ | คอร์ส | โค้ด | วันที่ส่ง | สลิป | สถานะ | จัดการ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| กด Refresh เพื่อโหลดข้อมูล | ||||||||
| ชื่อ | เรียนเป็นไง | เนื้อหา | ครูสอน | รีวิว | ความคิดเห็นอื่นๆ | วันที่ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กดโหลดข้อมูลเพื่อดูผล | ||||||
| ชื่อ | เรียนเป็นไง | เนื้อหา | ครูสอน | รีวิว | ความคิดเห็นอื่นๆ | วันที่ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กดโหลดข้อมูลเพื่อดูผล | ||||||
กดโหลดข้อมูลเพื่อดูรายงาน
กดโหลดข้อมูลเพื่อดูบัญชี
| ID | รหัสนักเรียน | ชื่อ | Role | สมัคร | คอร์ส | หมดอายุ | ลบคอร์ส | ลบสมาชิก | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| กด Refresh เพื่อโหลดข้อมูล | |||||||||
แชร์ประสบการณ์ ถามคำถาม และพูดคุยกับเพื่อนนักเรียน
กรอกรหัสที่ได้รับหลังจากซื้อ Bundle Set เพื่อโหลดเอกสาร
หากยังไม่มีรหัส ติดต่อผ่าน LINE OA
กดที่การ์ดเพื่อพลิกดูคำแปล • 322 คำศัพท์
สื่อการเรียนรู้ภาษาจีนคุณภาพสูง by DEARLAOSHI
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
เก่งศัพท์ 500 คำ HSK1 (ระบบใหม่) + สมุดคัดจีนสนุก 500 คำ (ฟรี)
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
เซ็ตสุดคุ้ม ผ่าน HSK5 — 5 เล่มในชุดเดียว
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
3,390 วลี จัดเต็ม 339 ศัพท์ HSK5 ต้องรู้
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
รวม 89 โครงสร้างประโยคเตรียมสอบ HSK5
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
ชีทสรุปไวยากรณ์ HSK5 ฉบับเข้าใจง่าย เล่ม 2
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
ชีทสรุปไวยากรณ์ HSK5 ฉบับเข้าใจง่าย เล่ม 1
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
รวมคำเชื่อม HSK1-3 (HSK 3.0)
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
รวมคำเชื่อม HSK4-9 (HSK 3.0)
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
เซ็ตรวมคำเชื่อม HSK1-9 (2 เล่ม)
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน
10 สถานการณ์ 100 ประโยคภาษาจีนต้องรู้!
การชำระเงินถือว่ายอมรับ ข้อกำหนดการใช้บริการ และ นโยบายการคืนเงิน